วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เยือนดินแดนแห่งล้านช้าง...เที่ยวจุใจเมืองลาว

เวียงจันทร์-วังเวียง-หลวงพระบาง
3วัน 2 คืน โดยสายการบินนกแอร์ (DD-DD)




กำหนดการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพฯ-อุดรธานี-หนองคาย-เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง
04.00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ชั้น 2เคาน์เตอร์สายการบินนกแอร์
06.00 น. ออกเดินทางสู่อุดรธานี โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 9200
07.05 น. ถึงสนามบินอุดรธานี จากนั้นเดินทางสู่หนองคาย
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านไข่กระทะ
09.00 น. ถึงหนองคายผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองวังเวียง (ห่างจากเวียงจันทน์ 156 กม.) วังเวียงเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยสดงดงามอากาศเย็นสบาย เป็นแหล่งท่องเที่ยงของลาวตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ฉายาว่า “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว”
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

13.00 น. หลังอาหารเดินทางสู่ เมืองหลวงพระบาง หลวงพระบาง เคยเป็นเมืองหลวง โดยพระเจ้าฟ้างุ้มได้รวบรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ของชนเผ่าไท-ลาว ในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู ก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ณ ดินแดนริมน้ำโขง คือ หลวงพระบาง ปัจจุบันองค์การยูเนสโก้ได้ยกให้หลวงพระบางเป็นเองมรดกโลก
19.30 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร พักที่ โรงแรมมะโนลัก หรือเทียบเท่า

วันที่สอง หลวงพระบาง-วัดวิชุนราช-บ้านซ่างไห-ถ้ำติ่ง-วัดเชียงทอง-น้ำตกตาดกวงสี-พระธาตุพูสี
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
08.00 น. นำชม วัดวิชุนราช สร้างในสมัยพระเจ้าวิชุนราช (พ.ศ. 2046) นับเป็นอีกหนึ่งพระธาตุที่ชาวหลวงพระบาง
ให้ความนับถือ ซึ่งเป็นพระธาตุที่มีรูปทรงคล้ายกับลูกแตงโมผ่าครึ่ง ชาวหลวงพระบาง จึงเรียกชื่อพระธาตุนี้มาจนถึง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านซ่างไห หมู่บ้านซ่างไหเป็นหมู่บ้านในชนบทที่ตั้งรกรากใช้ชีวิตอยู่ริมแม่น้ำโขงมาเป็นระยะเวลานานหลายปี มีอาชีพในการหมักเหล้า, สาโทและเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอ , กระเบื้องเคลือบเก่า หลังจากนั้นนำท่านลงเรือสู่ชม ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำบนหน้าผาที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง มี 2 ชั้น ชั้นล่างมีความสูงจากระดับน้ำ 60 เมตร ชั้นบนต้องขึ้นบันไดไปอีก 218 ขั้น มีพระพุทธรูปเป็นจำนวนมากนับเป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาร ซึ่งเป็นที่เจ้ามหาชีวิต ข้าราชบริพาร พระสงฆ์ ประชาชน เดินทางมาสรงน้ำพระพุทธรูป ในวันขึ้นปีใหม่ลาว และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของเจ้ามหาชีวิตในอดีตอีกด้วย จากนั้นนำท่านลงเรือล่องแม่น้ำโขงสู่ วัดเชียงทอง วัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงสร้างในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2102 – 2103 ซึ่งวัดเชียงทองได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้าย ชมพระอุโบสถ ที่มีศิลปะแบบล้านช้าง หลังคาแอ่นโค้งลาดต่ำ ซ้อนกันอยู่สามชั้น มีช่อฟ้าที่อยู่ตรงกลางของหลังคารวมกัน 17 ช่อ ถ้าเป็นคนสามัญสร้างจะมี 1 – 7 ช่อเท่านั้น ชมพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรในอูปมูง ด้างข้างพระอุโบสถ ชมวิหารพระม่านที่ประดิษฐานพระม่านผนังทาสีชมพู ภาพประดับกระจกสีเล่าถึงวิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง ชมโรงราชรถ ( โรง-เมี้ยนโกศ ) ออกแบบโดยเจ้ามณีวงศ์ แกะสลักโดยช่างเพี้ยตัน ภายในบรรจุพระพุทธรูปแกะสลักไม้จำนวนมากที่เก็บมาไว้จากวัดร้างต่าง ๆ ในหลวงพระบาง ผนังด้านนอกแกะสลักเรื่องราวของรามเกียรติ์แต่เดิมลงลักปิดทองไว้แต่เมื่อมีการบูรณะใหม่ได้มีการทาสีทองทับลงไป
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

13.00 น. จากนั้นเดินทางสู่ น้ำตกตาดกวงสี ห่างจากหลวงพระบางไปประมาณ 30 กม.
ผ่านหมู่บ้านชนบทริมสองข้างทาง ชมความงดงามของน้ำตกซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง โดยมีสายน้ำที่ลดหลั่นผ่านชั้นหินปูนลงสู่แอ่งน้ำที่สดใส มีทางเดินลัดเลาะขึ้นไปสู่ชั้นบนเพื่อชมความงามอีกมุมหนึ่งของน้ำตก อิสระให้ท่านดื่มด่ำกับธรรมชาติ เล่นน้ำ บันทึกภาพอันน่าประทับใจ จนได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่หลวงพระบาง นำท่านขึ้นสู่ เขาพูสี ขึ้นบันได 328 ขั้น เชิญนมัสการธาตุพูสี เจดีย์ธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวหลวงพระบาง ตลอดทางขึ้นท่านจะได้รับความกลิ่นหอมจากดอกจำปาลาว (ดอกลีลาวดี) ดอกไม้ประจำชาติลาว เมื่อท่านถึงยอดให้ท่านนมัสการองค์ธาตุ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท เมื่อปี พ.ศ. 2337 พระธาตุเป็นรูปทรงดอกบัว อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร ชมพระอาทิตย์ยามอัสดง วิวทิวทัศน์รอบเมืองหลวงพระบางยามเย็น
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินเที่ยวชม ตลาดค่ำ ( Night Market ) บนถนนศรีสว่างวงศ์ ตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดถนน เพื่อให้ท่านได้เลือกชมเลือกซื้อสินค้าในบรรยากาศแบบหลวงพระบางยามราตรี อีกทั้งยังมีร้านเบเกอรี่ ต่าง ๆ เพื่อให้ท่านได้ชิมกาแฟ และขนมเค้กอันแสนอร่อยนานาชนิด
พักที่ โรงแรมมะโนลัก หรือเทียบเท่า

วันที่สาม วังวียง-เวียงจันทน์-หอพระแก้ว-วัดสีสะเกด-วัดพระธาตุหลวง-อนุสาวรีย์ประตูชัย-ตลาดเช้า-ด่านเวียงจันทน์-กรุงเทพฯ
05.00 น. รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
06.00 น. เดินทางสู่เวียงจันทน์ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
09.00 น. ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศ สปป.ลาว เมืองหลวงแห่งนี้ ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเงียบสงบ นำท่านชมเมืองและศาสนสถานที่สำคัญของเมืองหลวงเวียงจันทน์ เริ่มด้วยไปชม หอพระแก้ว ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นหอพิพิธภัณฑ์รวบร
วมศิลปะโบราณวัตถุล้ำค่าของลาว แล้วนำท่านชม วัดสีสะเกด วัดที่มีภูมิสถาปัตย์งดงามมากแห่งหนึ่งของลาวมีวิหารใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์แต่สิ่งที่เด่นมากของวัดนี้คือ หอไตร หรือ หอธรรม ที่มีรูปทรงคล้ายมณฑปมีหลังคาลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆตามศิลปะสกุลช่างล้านช้างเป็นพุทธสถาปัตยกรรมที่งดงามมากของนครวียงจันทน์ หลังจากนั้นนำท่านไปสักการะ พระธาตุหลวง เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของลาว เป็นพระธาตุที่มีขนาดทั้งสูงและใหญ่ที่สุดในลาว สูงถึง 45 เมตรทุก ๆ ปีจะมีงานบุญใหญ่บูชาพระธาตุในวันเดือนเพ็ญสิบสอง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศจะหลั่งไหลมาทำบุญตักบาตรเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุถวายพานพุ่มดอกไม้และปราสาทผึ้ง นำท่านชม อนุสาวรีย์ประตูชัย เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงาม และกลมกลืนอย่างยิ่ง
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.00 น. หลังจากนั้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดเช้า ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ของที่ระลึก เป็นต้น
14.30 น. จากนั้นเดินทางสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว อิสระให้ท่านแวะเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษี
15.30 น. เดินทางสู่สนามบินจังหวัดอุดรธานี เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
18.30 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 9217
19.30 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


















ไม่มีความคิดเห็น: